ความรู้ผิดๆเกี่ยวกับการเข้าซาวน่าและจะช่วยแก้ปัญหาฝ้า

การเข้าซาวน่าเป็นการเปิดรูขุมขนให้ขับของเสียออกมาในรูปแบบของเหงื่อ  เร่งกระบวนการขับของเสียออกจากเซลล์ผิวเก่าออกมาเป็นของเหลวตามรูขุมขนทั่วทั้งร่างกาย  การเข้าซาวน่านอกจากจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ผิวพรรณเปล่งปลั่งแล้วยังช่วยทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง กระชับสัดส่วนในบริเวณที่มีไขมันส่วนเกินได้  ด้วยเหตุนี้ทำให้หลายคนเข้าใจว่าการเข้าซาวน่าอาจมีผลดีต่อการรักษารอยฝ้าบนใบหน้าได้เพราะเป็นการขับของเสียออกจากเซลล์ผิวเก่า  ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วผลที่ได้จากการเข้าซาวน่านั้นกลับไม่เป็นอย่างนั้น

15

ด้วยความร้อนที่ได้มาจากการเข้าซาวน่าจะไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวทำให้เกิดการแพร่กระจายของฝ้าบนใบหน้าเนื่องจากความร้อนจากการเข้าซาวน่านั้นใกล้เคียงกับความร้อนจากแสงอาทิตย์  จึงไปเร่งการเกิดฝ้าให้มากขึ้นกว่าเดิมแทนที่จะลดจำนวนลงเหมือนกับที่ใครหลายคนเข้าใจ  ซาวน่านั้นเป็นเพียงแค่การขับของเสียออกมาเป็นของเหลวที่เรารู้จักกันในชื่อของ เหงื่อ ไม่ใช่การผลัดเซลล์ผิวเก่าออกจากร่างกาย  กิจกรรมที่เร่งความร้อนให้กับร่างกายในรูปแบบอื่นก็เช่นกันมักจะส่งผลกระทบต่อการรักษาฝ้าให้เป็นหนักกว่าเดิม เช่น การอาบน้ำอุ่น ออกกำลังกายในที่อับอากาศไม่ถ่ายเท  การนอนอาบแดด สิ่งเหล่านี้นอกจากจะไม่ช่วยปกป้องฝ้าแล้วยังไปกระตุ้นให้บริเวณที่เป็นฝ้าแพร่กระจายไปยังจุดอื่นอีกด้วย

เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่อยู่ในระหว่างการรักษาผิวหน้าให้ปราศจากฝ้าควรเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร้อนในร่างกายมากขึ้น  ควรอยู่ในที่ที่มีอากาศเย็นสบายจะให้ผลดีกว่าเพราะการรักษาฝ้าให้หายขาดนั้นขึ้นอยู่กับอุณหภูมิแวดล้อมของผู้เข้ารับการรักษาด้วย

สูตรลดฝ้าจากวัตถุดิบใกล้ตัว

ต่อไปนี้ไม่ต้องกังวลกับการรักษาและการลบเลือนรอยฝ้าบนใบหน้าอีกต่อไปเพราะเรามีสูตรดูแลรักษาหน้าให้ห่างไกลจากรอยฝ้า กระ จุดด่างดำในราคาถูก วัตถุดิบที่นำมาผสมกันนั้นก็หาได้ง่ายในสถานที่ทั่วไป ราคาก็ไม่แพงซื้อมาแค่ครั้งเดียวแต่ใช้ได้นานหลายครั้ง  ที่สำคัญถ้าวัตถุดิบยังเหลือก็สามารถนำไปประกอบอาหารต่อได้เพราะเราแบ่งนำมาใช้ทีละเล็กทีละน้อยเท่านั้น  แต่ถ้าใครที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่านี้อีกก็อาจจะจะขอแบ่งส่วนผสมจากรายการอาหารที่จะทำให้แต่ละวันก็ได้เช่นกัน  ประโยชน์หลากหลายจากวัตถุดิบใกล้ตัวที่นำมาเสริมความงาม สร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตหรือใช้ปรุงเพื่อประกอบอาหารทำให้รู้สึกอิ่ม รูปร่างดีไม่ต้องกลัวอ้วนก็ได้ด้วย

16

สูตรลดฝ้านี้เป็นสูตรที่เหมาะกับคนที่ต้องการรักษาในระยะยาวคือไม่ต้องการกลับมาเป็นฝ้าในระยะเวลาอันใกล้นี้  ส่วนประกอบทั้งหมดมีดังนี้  หัวไชเท้า นมสดรสจืด น้ำผึ้ง ดินสอพองที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนแล้ว  เริ่มจากการนำหัวไชเท้ามาปั่นละเอียดหรือใช้วิธีสับให้ละเอียดแทนการปั่น  จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมรวมกันใช้อัตราส่วนเป็น หัวไชเท้า 2 ส่วน นมสด น้ำผึ้ง ดินสอพองในอัตรา 1 ส่วน คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว  ทาให้ทั่วผิวหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีและล้างออกด้วยน้ำสะอาดไม่ต้องใช้สบู่หรือโฟมล้างน้ำช่วย  สูตรนี้สามารถทำได้ประมาณ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น  มากเกินกว่านี้อาจทำให้ผิวหน้าของคุณบางเกินไปและจะมีปัญหาเรื่องสิวตามมา

ข้อแนะนำเพิ่มเติมการเลือกวัตถุดิบที่นำมาเป็นส่วนผสมให้เลือกจากสภาพที่ยังดูดี มีคุณภาพ สามารถนำมาพอกไว้บนหน้าได้โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาอื่นๆที่อาจจะตามมาในภายหลังเช่น การเลือกซื้อดินสอพองให้เลือกแบบที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วเพื่อประสิทธิภาพของส่วนประกอบอื่นๆที่นำมาผสมกัน

ครีมแก้ปัญหาเรื่องฝ้า กระ รอยด่างดำดีกว่าการพอกหน้าอย่างไร

เพราะคนเรามีกิจกรรมมากมายที่ต้องทำในแต่ละวันทำให้เวลาว่างลดน้อยลงไปอย่างไม่ทันรู้ตัว  บางคนอาจทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำทำให้ไม่ค่อยมีเวลาดูแลรักษาผิวหน้าได้เท่าที่ควร  ก่อให้เกิดปัญหาความหมองคล้ำ ริ้วรอย ฝ้า กระและจุดด่างดำตามมาขนาดเวลาว่างยังแทบไม่มีแล้วจะหาเวลาว่างที่ไหนไปมาร์กหน้าราคาแพงหรือทำมาร์กหน้าสูตรธรรมชาติขึ้นมาใช้เอง  จะใช้ได้ผลดีแค่ไหนก็ยังไม่รู้เลย  ดังนั้นเพื่อตัดปัญหาความยุ่งยากของเหตุการณ์นี้จึงต้องหันมาพึ่งครีมแก้ปัญหาฝ้า กระ รอยด่างดำที่มีส่วนผสมทำให้หน้าที่หมองคล้ำกับมีสดใส ดูมีน้ำมีนวลได้พร้อมๆกับการบำรุงผิวหน้าให้กระจ่างใสไร้สิว ฝ้า กระ รอยด่างดำจากแผลเป็นและสิวอุดตัน

17

ระหว่างครีมแกปัญหาเรื่องฝ้า กระและรอยด่างดำกับการพอกหน้าด้วยสูตรต่างๆให้ผลลัพธ์ต่างกัน  ซึ่งปัจจัยความสำเร็จนั้นมีมากมายหลายอย่างด้วยกันไม่ว่าจะเป็น เพศ การพักผ่อน การทำงาน ความเครียด สูตรที่นำมาใช้ ประสิทธิภาพของเนื้อครีม  จากการทดลองใช้จะพบว่าครีมลดฝ้า กระและรอยด่างดำนั้นจะเห็นผลเร็วกว่าการพอกหน้า  เนื่องจากเนื้อครีมประกอบไปด้วยส่วนผสมที่มีคุณสมบัติในการเยียวยารักษาฝ้า กระและรอยด่างดำโดยเฉพาะในขณะที่การพอกหน้านั้นจะให้ประโยชน์ที่ครอบคลุม  บางครั้งอาจไม่ตรงกับจุดประสงค์มากนักต้องทำติดต่อกันหลายๆครั้งจึงจะเห็นผลที่ดีขึ้นได้

ดังนั้นเราจึงสามารถสรุปได้ว่าการใช้ครีมลดฝ้า กระ จุดด่างดำจะดีกว่าการพอกหน้าเพราะเห็นผลเร็ว ใช้งานง่าย ผลข้างเคียงน้อย พกพาสะดวกากสามารถเลือกสูตรที่เหมาะกับสภาพผิวมัน ผิวแห้งหรือผิวผสมได้อย่างถูกต้อง  เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเนื้อครีมให้ดีมากขึ้นต่างจากการใช้วิธีพอกหน้าที่ไม่สามารถกำหนดสภาพผิวได้ล่วงหน้า

ประโยชน์จากการมาร์กหน้าสูตรลดฝ้าและกระ

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับการนำส่วนผสมทางธรรมชาติมาเป็นส่วนหนึ่งของส่วนประกอบในสูตรมาร์กหน้าลดฝ้าและกระกันมาบ้างแล้ว  สำหรับคนที่ไม่เคยทดลองใช้เพราะมีครีมหรือยารักษาฝ้าและกระช่วยอยู่แล้วอาจจะยังไม่ทราบว่าการใช้มาร์กสูตรธรรมชาติมามาร์กหน้าก็ช่วยลดฝ้าและกระบนใบหน้าได้ไม่ต่างจากการใช้เครื่องสำอางราคาแพง แต่ได้มาในปริมาณที่น้อยกว่าการนำเงินไปซื้อวัตถุดิบจากธรรมชาติมาทำเอง

18

เพราะเครื่องสำอางลดฝ้า กระที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันไม่ใช่ไม่ดีแต่ราคาต่างหากที่มีส่วนผลักดันให้คนสรรหาทางเลือกใหม่ที่เหมาะกับกำลังทรัพย์ของตนเองมากขึ้น  แม้ว่าผลที่ได้จะเหมือนกัน ใช้ระยะเวลาใกล้เคียงกันก็ตามและเพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่กำลังสนใจใช้มาร์กสูตรธรรมชาติลดฝ้า กระบนใบหน้าอยู่ก็สามารถหาอ่านประโยชน์โดยรวมที่จะได้รับได้จากข้อความต่อไปนี้

  • มาร์กจากธรรมชาติให้ประสิทธิภาพในการลดฝ้า กระบนใบหน้าได้ไม่ต่างจากครีมลดฝ้า เพราะเนื้อครีมบางส่วนก็ได้นำส่วนผสมจากธรรมชาติสกัดไปเป็นส่วนประกอบเพื่อเพิ่มคุณภาพให้กับการรักษา  การมาร์กหน้าจากธรรมชาติจึงเปรียบเสมือนได้รับสารที่มีประโยชน์ในการรักษาโดยตรงไม่ผ่านการเทสารเคมีเพิ่มเติม
  • ปลอดภัยจากการใช้งานและสามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการหรือสภาพผิวรับไหว ไม่เกิดการดื้อยาเพราะส่วนผสมทุกอย่างอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว
  • หาซื้อได้ง่ายเพราะเป็นสูตรที่ใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายตามตลาดหรือบ้านใกล้เรือนเคียงที่นิยมปลูกพืชผักสวนครัวและสมุนไพร
  • ไม่เกิดผลข้างเคียงจากการใช้เพราะส่วนประกอบจากธรรมชาติไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ไร้ผลข้างเคียงผู้ใช้มั่นใจได้ในเรื่องของความสะอาดและคุณภาพของวัตถุดิบเพราะสามารถเลือกทุกอย่างได้ด้วยตนเอง

 

เหล่าพืชผักที่มีสรรคุณในการลดฝ้า กระ รอยต่างดำ

19

คนไทยนิยมกินผักมาตั้งแต่โบราณเพราะผักนั้นมีประโยชน์หลายอย่าง  นอกจากจะช่วยทำให้ร่างกายเจริญเติบโตเต็มวัยแล้วยังช่วยให้เรื่องของความงามในส่วนต่างๆมากมาย  ถ้าเรารู้จักบริโภคให้ถูกต้องผักที่เราเห็นวางขายอยู่ตามห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ตและตลาดก็จะยิ่งมีประโยชน์มากกว่าราคาที่เห็นหลายเท่าตัว  ยกตัวอย่างพืชผักที่มีสรรพคุณในการลดฝ้า กระ รอยด่างดำบนใบหน้าได้ดังนี้

ตำลึง ลดความมันบนในหน้าช่วยป้องกันการเกิดสิว สาเหตุของรอยด่างดำในจุดต่างๆบนในหน้า

แครอท  ผลไม้สีสวยที่นำมาทำเป็นเครื่องดื่มก็อร่อยหรือจะทานสดๆก็มีประโยชน์เหมือนกัน  ถ้าเรานำแครอทมาปั่นรวมกับไข่ขาว น้ำผึ้งจะช่วยให้หน้าขาวใส ลดรอยด่างดำได้อีกวิธี ช่วยลดรอยฝ้าให้ดูจางลงได้ในระดับหนึ่ง

มะนาว  ช่วยลบเลือนรอยด่างดำจากสิว รอยแผลเป็น รอยฝ้า กระ ให้แลดูจางลงมากกว่าการใช้แครอท  สามารถนำไปเป็นส่วนประกอบของสูตรมาร์กหน้าเพื่อความขาวใสได้  นอกจากนี้มะนาวยังทำให้หน้าไร้ความมันไม่ทำให้เกิดปัญหาการอุดตันของสิว  ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าเพราะฉะนั้นฝ้าและกระจึงไม่สามารถอยู่ร่วมกับน้ำมะนาวได้นั่นเอง

มะขามเปียก  สุดยอดความขาวเนียน สวยใสเหมือนผิวเด็กต้องยกให้มะขามเปียก  แต่ต้องระวังในเรื่องของปริมาณที่ใช้เพราะมะขามเปียกจะกัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกไปเพื่อให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ในชั้นผิวหนังขึ้น  ผิวจึงขาวสวย ไร้ฝ้าและจุดด่างดำเหมือนคนผิวขาวทั่วไป

กระเทียม  มีส่วนช่วยให้กระบนใบหน้าหายไป ไม่ว่าจะเป็นกระธรรมดาหรือกระแดดก็ตาม  จะเป็นมานานแค่ไหนปัญหาเรื่องกระก็จะหมดไปเมื่อมีกระเทียม

สูตรลดฝ้า กระบนบริเวณโหนกแก้มและหน้าผาก

20

ฝ้า กระที่เราพบเห็นกันมาที่สุดจะเป็นบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างและบริเวณหน้าผากทั้งแถบ  เนื่องจากทั้งสองบริเวณนี้เป็นจุดที่ผิวหน้าสัมผัสกับแสงแดดเป็นอันดับแรกและเป็นบริเวณที่สัมผัสกับแสงแดดมากกว่าบริเวณอื่นๆบนใบหน้าส่งผลให้ทั้งสองบริเวณนี้เป็นจุดอันตรายต่อการเกิดฝ้า และกระมากที่สุด

เราสามารถจำแนกฝ้าได้เป็น 2 ประเภทคือฝ้าที่อยู่ในชั้นหนังแท้ยากต่อการรักษาหรือทำให้จางลงเป็นฝ้าที่ต้องใช้ระยะเวลานานในการทำให้หมดไปจากผิวหน้า  บางรายอาจต้องใช้วิธีการรักษาด้วยการใช้เลเซอร์กำจัด  ส่วนอีกประเภทคือฝ้าที่อยู่ในชั้นหนังกำพร้าเป็นฝ้าที่สามารถรักษาให้หายขาดหรือทำให้ดูจางลงจนหายไปได้ง่ายมาก  ใช้สูตรลดฝ้า กระจากการนำผักสวนครัวมาแทนการใช้ครีมหรือการทานยาก็ได้เช่นสูตรลดฝ้า กระจากน้ำมะนาวและมะเขือเทศ

สูตรนี้ใช้เพียงแค่มะเขือเทศลูกใหญ่หรือลูกเล็กก็ได้ 1 ลูก มะนาว 1ลูกและสำลีแผ่น7-8 แผ่นตามพื้นที่ของผิวหน้า  ขั้นแรกให้คั้นเอาเฉพาะน้ำมะเขือเทศและน้ำมะนาวอย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ  นำมาผสมให้เข้ากันจากนั้นใช้สำลีแผ่นชุบน้ำแล้วนำมาแปะไว้ที่หน้าในขณะที่ผิวหน้ากำลังแห้งแปะไว้ประมาณ 10 นาทีเสร็จแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดให้ทั่งทั้งหน้าแล้วเช็ดเบาๆให้หน้าแห้ง

เนื่องจากน้ำมะนาวเป็นกรดมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนผิว  ก่อนการใช้สูตรนี้ควรทดสอบการแพ้ในบริเวณผิวบอบบางก่อนเช่นที่ใต้ท้องแขน หลังมือ โดยการทาน้ำมะเขือเทศและน้ำมะนาวผสมกันทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีถ้าผิวหนังไม่เป็นผดผื่นหรือมีตุ่มแดงเล็กๆขึ้นก็สามารถใช้สูตรนี้กับผิวหน้าได้เลย

 

เพศสัมพันธ์ช่วงมีประจำเดือนอันตรายหรือไม่!

5

ช่วงที่มีประจำเดือนนั้นเป็นเวลาที่เกิดอะไรหลาย ๆ อย่างกับสาว ๆ ทั้งทางร่างกายและอารมณ์ หลายคนอาจจะสงสัยว่าหากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงมีประจำเดือนนั้นจะส่งผลเสียต่อร่างกายหรือไม่วันนี้เรามาดูกันนะคะว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

เพศสัมพันธ์ช่วงมีประจำเดือนอันตราย!

เลือดประจำเดือนนั้นอาจจะมีเชื้อโรคบางชนิดปนอยู่ เช่นเริมหรือเชื้อรา ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์ช่วงมีประจำเดือนจึงมีโอกาสที่ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายจะได้รับเชื้อโรค ดังนั้นการใช้ถุงยางอนามัยในการร่วมเพศอาจจะช่วยป้องกันเชื้อโรคเหล่านี้ได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็ไม่ทั้งหมด เพราะเชื้อโรคที่มีในประจำเดือนอาจจะเปรอะเปื้อนไปยังส่วนที่ไม่ได้รับการปกป้องด้วยถุงยางอนามัย

เพศสัมพันธ์ช่วงมีประจำเดือนไม่ท้องแน่!

ประจำเดือนของสาว ๆ นั้นเกิดจากการที่เยื้อบุผนังมดลูกซึ่งถูกสร้างมาเพื่อห่อหุ้มไข่ที่ตกลงมายังมดลูกย่อยสลายและหลุดลอกออกมาเมื่อไม่ได้ผสมกับอสุจิของคุณผู้ชาย เยื่อบุผนังมดลูกและไข่ที่หลุดออกมาจะกลายเป็นเลือดและไหลผ่านช่องคลอดเป็นประจำเดือนนั่นเองค่ะ ดังนั้นโอกาสที่จะตั้งครรภ์ในขณะที่มีประจำเดือนนั้นย่อมไม่เกิดขึ้น แต่ก็ควรต้องป้องกันเอาไว้ก่อน เพราะหากเลือดที่ออกมานั้นเกิดจากอาการบาดเจ็บในช่องคลอดหรือออกมาเพราะฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง สาว ๆ ก็มีโอกาสจะตั้งครรภ์ได้เช่นกันค่ะ

ผู้หญิงที่เพศสัมพันธ์ช่วงมีประจำเดือนมีโอกาสรับเชื้อเอชไอวีได้มากกว่าฝ่ายชาย!

ในความเป็นจริงแล้วหากคุณไม่สวมถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ก็มีโอกาสเสี่ยงกับการรับเชื้อ HIV ส่วนโอกาสนั้นผู้หญิงเราย่อมมีความเสี่ยงในการรับเชื้อ HIV ได้มากกว่าฝ่ายชาย เพราะอวัยวะเพศของผู้หญิงมีพื้นที่รับเชื้อได้มากกว่า ดังนั้นไม่ว่าจะมีประจำเดือนหรือไม่ ๆ สาว ๆ ก็ควรจะแนะนำให้คู่รักสวมใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะกับแฟนที่ยังไม่ได้ตรวจหาไวรัส HIV ก่อนแต่งงาน

การมีเพศสัมพันธ์ช่วงมีประจำเดือนทำให้ประจำเดือนหยุด!

เชื่อว่าการมีเพศสัมพันธ์ช่วงมีประจำเดือนทำให้ประจำเดือนหยุดได้จริง เพราะมีความเชื่อว่าสารพลอสต้าเกลนในอสุจิ ทำให้มดลูกบีบตัวขับประจำเดือนให้ออกมาเร็วขึ้น ซึ่งไม่ถือว่าเป็นอันตราย แต่อาจจะไม่เกิดขึ้นกับสาว ๆ ทุกคน ซึ่งก็ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลซึ่งอาจจะแตกต่างกันไป

 เพศสัมพันธ์ช่วงมีประจำเดือนทำให้เกิดความเจ็บปวด!

เพศสัมพันธ์ช่วงมีประจำเดือนทำให้เกิดความเจ็บปวด เนื่องจากในช่วงที่มีประจำเดือนมดลูกของสาว ๆ จะมีความอ่อนไหวเพิ่มขึ้น การมีเพศสัมพันธ์อาจจะสร้างความกระทบกระเทือนทำให้เกิดความเจ็บปวดให้กับมดลูกของเราได้

อย่างไรก็ตามระหว่างที่มีประจำเดือนสาว ๆ หลาย ๆ คนคงจะไม่มีอารมณ์ทางเพศ เนื่องจากร่างกายมีความเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ดังนั้นถ้าแฟนหนุ่มมาสะกิดคุณคงต้องอธิบายให้เขาเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา หรืออาจจะใช้วิธีอื่นในการช่วยให้เขาไปถึงสวรรค์ก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใดค่ะ

 

ประโยชน์ดีๆ ของผลไม้ตระกูลส้ม

4

ผลไม้ตระกูลส้มทุกชนิด ไม่เฉพาะแต่ส้ม แต่หมายถึงรวมผลไม้อื่น ๆ อีกหลายชนิด เช่น มะนาว เลมอน มะกรูด ส้มโอ เกรปฟรุต ฯลฯ เวลาว่างระหว่างวันอยากให้ทุกคนลองหันมารับประทานผลไม้จากธรรมชาติ แทนขนมหวานหรือขนมคบเคี้ยวต่าง ๆ แล้วเราจะรู้ว่าส้มมีประโยชน์มากมายสำหรับสุขภาพร่างกายของเรา ลองมาดูประโยชน์ของผลไม้ตระกูลนี้กันดีกว่า
บำรุงผิว
           ผลไม้ในตระกูลส้มนั้นจะมีสารไฟโตนิวเทรียนต์อยู่มากมาย สารตัวนี้จะทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงสารกลุ่มฟลาวาโนนส์ สารแอนโธไชยานินส์ สารโพลีฟีนอลส์ และวิตามินซี ที่มีส่วนในการช่วยทำให้ผิวสวย กระจ่างใส

ปกป้องดวงตา
          ในผลไม้ตระกูลส้มนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยในการปกป้องแก้วตาจากโรคต้อกระจก และการศึกษายังพบอีกว่าการบริโภควิตามินอีและซีในปริมาณมาก จะช่วยป้องกันโรคต้อกระจกได้ แม้แต่ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคนี้สูง

อารมณ์ดี
          ผลไม้ตระกูลส้มจะใช้รับประทานก็ได้ หรือจะใช้ดมก็ดี เพราะในผลส้มมีสารโฟเลต ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำให้สมองหลั่งสารฮอร์โมนซีโรโทนิน อันเป็นสารแห่งความสุข กลิ่นของผลไม้ตระกูลส้มนี้จะสามารถทำให้เรารู้สึกเบิกบาน อารมณ์ดี สดชื่น แจ่มใส ได้อีกด้วย

ช่วยในการขับถ่าย

เนื่องจากส้มเป็นผลไม้ที่ให้กากใยอาหารสูง อีกทั้งวิตามินซีจากส้มนี้ยังทำหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย เพราะเหตุนี้หากคุณทานส้มเป็นประจำสม่ำเสมอ กากใยจากส้มจึงสามารถช่วยดูแลในเรื่องระบบขับถ่ายได้ดี หากใครที่มีปัญหาในเรื่องท้องผูกบ่อยๆ ทานส้มควบคู่กับการดื่มน้ำตามรับรองปัญหาท้องผูกย่อมลดลงได้อย่างแน่นอน

เพราะประโยชน์ดีๆ แบบนี้นี่เอง ใครๆ ก็ชอบทานส้มเป็นชีวิตจิตใจ แล้วคุณล่ะชื่นชอบการทานส้มมั้ยคะ จะทานเป็นอาหารว่างก็ดีหรือจะทานหลังอาหารในมื้ออาหารหลักก็ได้ ประโยชน์จากส้มร่างกายย่อมได้รับไปใช้งานเต็มๆ แน่นอน

เคล็ดลับสร้างสุขภาพกายและจิตใจดี

3

ชีวิตของคนเราย่อมพบเจอกับการงานหนักๆ ด้วยกันทั้งนั้น แต่เมื่อแรงพลังเริ่มหย่อนกำลังลง เราคงต้องพาตัวเองออกมาหาสถานที่ผ่อนคลายหรือหาโอกาสพักผ่อนในแบบธรรมชาติกันบ้าง โดยวิธีที่เรานำมาแนะนำนี้ก็เป็นวิธีแบบธรรมชาติที่ได้ผลดีต่อสุขภาพและจิตใจอย่างมากทีเดียว เพราะฉะนั้น มาติดตามไปพร้อมกันเลย…

เดินเท้าเปล่าคลายเครียด
การเดินเท้าเปล่าบนพื้นทราย ลานดิน หรือพื้นหญ้า มีส่วนในการช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลม และช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างมาก เป็นส่วนช่วยลดอาการเครียดลงได้

รับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าและตอนเย็น
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าหรือตอนเย็นนั้น มีส่วนในการช่วยสร้างวิตามิน D และวิตามิน D ช่วยทำให้อาการปวดตามข้อต่างๆ ลดลง ป้องกันการเกิดมะเร็ง แถมยังกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

เดินเร็วช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง
เปลี่ยนการเดินช้าๆ เป็นการเดินให้เร็วขึ้น และเพิ่มเวลาเดินตอนเช้าหรือหลังเลิกงานสัก 20 นาที เพื่อช่วยให้หัวใจทำงานดีขึ้น และหลอดเลือดแข็งแรง

ให้เวลากับตัวเองบ้าง
หยุดงานที่ยุ่งวุ่นวาย มีเวลาให้กับตัวเองมากขึ้น หากิจกรรมที่ชอบทำ เช่น ฟังเพลงเบาๆ อาบน้ำอุ่นๆ อ่านหนังสือเล่มโปรด

ปรับไลฟ์สไตล์ของคุณจากที่เคยใช้ชีวิตท่ามกลางความยุ่งเหยิงวุ่นวายให้กลายมาเป็นรูปแบบชีวิตที่เดินช้าลงเพื่อรับความสุขระหว่างทางเดินของชีวิตบ้าง การมุ่งไปถึงแต่เป้าหมายเพื่อคว้าชัยชนะในแบบที่ผ่านมาอาจจะทำให้คุณเหนื่อยล้าจนเกินไป ดังนั้น วันนี้ได้เวลาแล้วที่จะให้รางวัลตัวเองด้วยการพักผ่อน รับรองชีวิตคุณจะต้องดีขึ้นอย่างอัศจรรย์ทีเดียว

ไลฟ์สไตล์แบบไหนสร้างชีวิตดีมีสุข

2

อยากมีสุขภาพร่างกายที่ดีแข็งแรง คุณเท่านั้นที่สร้างให้ตัวเองได้ ด้วยการจัดสรรไลฟ์สไตล์ของตัวเองใหม่ ให้การดำเนินชีวิตบนความพอดี โดยเรามีคำแนะนำด้านการดำเนินชีวิตซึ่งเป็นไลฟสไตล์แบบพื้นฐานทั่วไปที่ไม่ว่าใครก็ต้องทำได้ และเพื่อการมีสุขภาพร่างกายที่ดีแล้ว คุณเองก็ควรรีบทำเช่นกันนะคะ

  1. ออกกำลังกายอยู่เสมอ
    การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงได้จริง แนะนำให้หาเวลาว่างออกกำลังกายวันละ 30 นาที อาจจะออกสัปดาห์ละ 3 ครั้งก็ได้เช่นกัน เพียงแค่นี้ก็ทำให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรง สมองปลอดโปร่งสดชื่น พร้อมใช้ชีวิตอย่างมีพลังได้แล้ว
  2. ทานอาหารที่มีประโยชน์
    อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพได้แก่ อาหารจำพวกผักผลไม้ และการดื่มน้ำก็มีส่วนช่วยให้ร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ สารอาหารที่เราทานเข้าไปจะสามารถเข้าไปบำรุงฟื้นฟูร่างกายให้สมดุลได้อย่างเต็มที่ สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่ อาการประเภทหมักดอง
  3. นอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ
    การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายทำให้คุณมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ ทำให้อารมณ์สดใส ผิวพรรณเต่งตึงอ่อนเยาว์ แต่หากเมื่อไรที่คุณอดนอนเมื่อนั้น ร่างกายก็พร้อมที่จะเผชิญกับภาวะโรคต่างๆ ที่เข้ามารุมเร้าได้อย่างง่ายดายแน่นอน
  4. หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์
    การสูบบุหรี่มีผลต่อการเป็นโรคหัวใจโรคระบบทางเดินหายใจ และมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ เช่น ปอด ช่องปาก ลำคอ กระเพาะอาหาร ตับอ่อน กระเพาะปัสสาวะ และลำไส้ รวมทั้งมะเร็งเม็ดเลือดขาว เช่นเดียวกับแอลกอฮอล์ที่ทำลายและทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อต่างๆ นอกจากนี้ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงอีกด้วย
  5. มองโลกแง่บวกไม่เครียดกับชีวิต
    คนเราเป็นเรื่องปกติหากจะมีเครียดกับชีวิตกันบ้าง แต่เมื่อมีความเครียดเกิดขึ้นแล้วจงอย่าปล่อยให้ตัวเองได้เครียดนานเกินไป เพราะหากเครียดนานจนไม่ได้รับการบำบัดหาทางออกให้ตัวเองแล้ว มันอาจจะเป็นการสะสมโรคร้ายที่จะตามมาอย่างมะเร็งได้อีกด้วยนะ ดังนั้น พยายามมองโลกในแง่ดี ยิ้ม ร่าเริง สดใสกับชีวิตเสียบ้าง เมื่อไรที่เครียด ก็อาจจะไปเที่ยวพักผ่อน ทำอะไรที่ตัวเองชอบและมีความสุขกับสิ่งรอบตัวใหม่ๆ วางปัญหาลงเสียก่อน เมื่อเราสบายใจ เราก็ย่อมมีสติและพร้อมแก้ปัญหาทุกอย่างได้แน่นอน